นาร์กีส
ถล่มพม่า ควบคู่ไปกับการที่ผู้นำประเทศและองค์กรต่างๆ ออกมาประณามรัฐบาลทหารพม่า เพื่อหวังกดดันให้เปิดกว้างรับความช่วยเหลือด้านบุคลากรให้มากกว่านี้ โดยเมื่อวันที่ 18 พ.ค.รัฐบาลทหารพม่า ได้แถลงยอดผู้เสียชีวิตและสูญหายอย่างเป็นทางการว่า พุ่งเกิน 133,000 คนแล้ว แบ่งเป็นยอดผู้เสียชีวิต 77,738 คน สูญหาย 55,917 คน นอกจากนี้ นสพ.
นิว ไลต์ ออฟ เมียนมาร์
กระบอกเสียงรัฐบาลพม่า ยังรายงานว่ารัฐบาลให้การช่วยเหลือเหยื่อไซโคลนอย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้การบรรเทาทุกข์เป็นไปตามกำหนด พร้อมกันนี้ก็กล่าวหาสำนักข่าวต่างประเทศบางสำนักว่ารายงานข้อมูลไม่เป็นจริง และยืนยันทางการพม่ายอมรับการช่วยเหลือจากต่างชาติแล้ว
กระนั้น ก็ยังต่างจากยอดประเมินของ
องค์กรบรรเทาทุกข์ต่างชาติ
และ
องค์กรกาชาดสากล
กับ
สภาเสี้ยววงเดือนแดง
ที่ระบุว่า ยอดผู้เสียชีวิตและสูญหายอาจมีสูงกว่านี้มาก และว่าจะมีคนเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีกมาก หากการช่วยเหลือยังล่าช้า โดยมีรายงานว่า ยังมีเหยื่อนาร์กีสกว่า 2.5 ล้านคน อยู่อย่างทุกข์ระทม ขาดทั้งเวชภัณฑ์และอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำสะอาด ซึ่งผู้ที่เพิ่งเดินทางออกมาจาก
พื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิระวดี
หลายคน ต่างยืนยันตรงกันว่าผู้ประสบภัย ยังไม่ได้รับของช่วยเหลือจากรัฐบาล
ส่วนพื้นที่นาข้าวที่ยังจมใต้น้ำ ก็ยังพบเห็นศพเหยื่อลอยอืดส่ง กลิ่นเหม็นคลุ้งไปทั่ว ขณะที่
เซฟ เดอะ ชิลเดรน
องค์กรบรรเทาทุกข์ในอังกฤษ ระบุว่าภายใน 2-3 สัปดาห์ข้างหน้านี้ หากไม่เร่งรีบส่งของช่วยเหลือ จะทำให้เด็กในพม่าอดอยากถึงขั้นเสียชีวิตหลายพันคน เพราะผลสำรวจพื้นที่แถบสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิระวดีตั้งแต่ก่อนถูกพายุถล่ม พบมีเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ ราว 30,000 คนอยู่ในภาวะทุพโภชนาการรุนแรงอยู่แล้ว
ส่วน
นายหลุยส์ มิเชล
คณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป (อียู) ให้สัมภาษณ์ในกรุงบรัสเซลส์ ของเบลเยียม หลังเสร็จสิ้นการเยือนพม่า 2 วัน ว่าการที่สหรัฐฯขยายเวลาคว่ำบาตรรัฐบาลพม่า รังแต่จะส่งผลเสียกับเหยื่อพายุ จึงขอเรียกร้องผู้นำประชาคมโลกใช้วิธีการเจรจา โน้มน้าวให้ผู้นำพม่าเปิดรับการช่วยเหลือจากชาติตะวันตกมากขึ้น
ทั้งนี้ มีรายงานว่า นายมาร์ค มัลล็อค-บราวน์ รมว.ต่างประเทศ รับผิดชอบกิจการเอเชียของอังกฤษ เดินทางไปย่างกุ้งแล้ว แต่ไม่ทราบแน่ชัดว่าจะได้พบผู้นำพม่าหรือไม่ เช่นเดียวกับ
นายจอห์น โฮล์มส
เจ้าหน้าที่ระดับสูงฝ่ายกิจการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่ไปถึงย่างกุ้งในช่วงค่ำวันที่ 18 พ.ค. เพื่อหารือกับพลโท
เต็ง เส่ง
นายกรัฐมนตรีพม่า และนายโฮล์มส จะยื่นจดหมายฉบับที่ 3 จากนายบัน กี มูน เลขาธิการยูเอ็น ถึงพลเอกอาวุโสตาน ฉ่วย ผู้นำสูงสุดรัฐบาลพม่า หลังจากปฏิเสธเจรจาทางโทรศัพท์กับนายบัน ตั้งแต่เกิดหายนภัยพายุไซโคลนถล่มพม่า ขณะที่กลุ่มสมาชิกประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน ที่ ขณะนี้มีสิงคโปร์เป็นประธาน ก็เตรียมประชุมหารือสถานการณ์ ด้านมนุษยธรรมและหาแนวทางช่วยพม่าเช่นกัน
อย่างไรก็ดี
เวิลด์ วิชั่น
องค์กรบรรเทาทุกข์ในเยอรมนี ได้ออกมาระบุว่าเครื่องบินขนส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ ซึ่งมีทั้งเครื่องบำบัดน้ำเสีย ยาฆ่าเชื้อโรค เครื่องทำครัวและอื่นๆ เพียงพอสำหรับช่วยเหยื่อไซโคลนในพม่าได้ 25,000 คน มีกำหนดเดินทางจากเมืองแฟรงก์เฟิร์ตในวันที่ 19 พ.ค.นี้ไปลงที่กรุงเทพฯ ก่อนใช้เครื่องบินเล็กลำเลียงไปกรุงย่างกุ้ง เพื่อแจกจ่ายสิ่งของต่อไป ขณะที่เรือรบของฝรั่งเศสและสหรัฐฯที่ขนของบรรเทาทุกข์ ลอยลำอยู่ในน่านน้ำอ่าวเบงกอล กำลังรอไฟเขียวจากรัฐบาลพม่า เพื่อเข้าช่วยเหยื่อพายุ ยังต้องรอต่อไป
ในส่วนความช่วยเหลือจากไทยนั้น ในวันเดียวกัน นพ.สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย รักษาการผู้อำนวยการสำนักบริการ การแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (อีเอ็มเอส) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงคณะแพทย์พระราชทานในสมเด็จพระบรม โอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร จำนวน 30 คน ที่เดินทาง เข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยพายุนาร์กีส ตามคำร้องขอของรัฐบาลพม่า ว่า ได้รับการติดต่อจากทีมแพทย์ไทยว่า หลังเดินทางไปถึงพม่าเมื่อช่วงเที่ยง วันที่ 17 พ.ค. ทั้งหมด ได้เข้าพักที่นครย่างกุ้ง 1 คืน เพื่อจัดสัมภาระสำหรับการ ปฏิบัติงานในพม่าเป็นเวลา 14 วัน โดยทางการพม่าเปลี่ยน จุดให้ไปบริการที่เมืองเล็กๆใกล้จุดศูนย์กลางพายุไซโคลนนาร์กีส คือ เมืองโมเมี้ย และเมืองลาโปทา บริเวณปาก แม่น้ำอิระวดี โดยรักษาผู้เจ็บป่วยในศูนย์พักพิงชั่วคราว และโรงพยาบาลเล็กๆของพม่า จากเดิมที่แจ้งมากับ นพ. ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัด สธ. ว่า จะให้ทีมแพทย์บริการ รักษาผู้เจ็บป่วยที่เมืองกงเชียงกอน และเมืองจ้าวตาล ซึ่ง เดินทางด้วยรถยนต์เพียง 2 ชั่งโมง แต่พื้นที่ใหม่ห่างจาก ย่างกุ้งประมาณ 200 กม. เส้นทางคมนาคมยากลำบาก ต้องใช้เวลาเดินทาง 6 ชม.
นพ.สุรเชษฐ์กล่าวอีกว่า แม้มีการปรับเปลี่ยนจุดให้บริการผู้ประสบภัยใหม่ก็ไม่เป็นอุปสรรค เพราะทุกคน เตรียมตัวเตรียมใจรับมือกับความไม่แน่นอนอยู่แล้ว ซึ่ง จุดให้บริการรักษาพยาบาลที่พม่ากำหนดใหม่ ทีมแพทย์ ไทยจะแบ่งออกเป็น 4 ทีม จะถึงพื้นที่ช่วงค่ำๆ จะนอนเต็นท์ หรืออาจจะเป็นศาลาวัด แต่ทุกคนมีสัมภาระเหมือนลูกเสือ ไปออกค่ายคือ ผู้หญิงก็มีผ้าถุงสำหรับอาบน้ำ มีเตาแก๊สสำหรับหุงข้าว มีอาหารกึ่งสำเร็จรูป น้ำดื่มพร้อม มีถุงนอน เดี่ยวสำหรับนอนคนเดียว ขอญาติพี่น้องไม่ต้องเป็นห่วง ทีมแพทย์พยาบาลทุกคนมีขวัญกำลังใจ พร้อมให้บริการผู้ป่วยอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกัน ทั้งหมดก็ได้รับการดูแลอย่างดีจากทางการพม่า และสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำ ประเทศพม่า โดยมีการเปิดสายด่วนระหว่างเอกอัครราชทูตไทยประจำสหภาพพม่า และหน่วยแพทย์ตลอด 24 ชั่วโมง
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวในรายการ
สนทนาประสาสมัคร
ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที เมื่อช่วงเช้า เชิญชวน ให้คนไทยช่วยกันบริจาคทรัพย์สิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยนาร์กีสในพม่า และจากนี้ไปนายกรัฐมนตรีคงจะไม่มายุ่งกับเรื่องดังกล่าวอีก เพราะถูกตำหนิว่านายกฯไทยไม่สนใจ น้ำท่วมภาคใต้ จึงขอมอบให้เป็นหน้าที่ของ ผบ.ทหารสูงสุด เป็นผู้ดำเนินการแทน ซึ่งหลังจบรายการ ได้มีตัวแทนบริษัท เอกชนเข้ามอบเงินและสิ่งของบริจาคช่วยเหลือให้กับนายกฯ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพายุไซโคลนนาร์กีสในพม่า ได้แก่ รถไถเดินตามสยามคูโบต้า จากบริษัทคูโบต้าอุตสาหกรรม จำนวน 200 ชุด มูลค่า 6.5 ล้านบาท บริษัทจีสตีลมอบเหล็กเพื่อใช้สำหรับทำโครงสิ่งก่อสร้าง มูลค่า 100 ล้านบาท นอกจากนี้ โดโด้ ตัวแทนจากทีมเชียร์ ระดับชาติ ได้นำเงินซึ่งเรี่ยไรจากผู้เข้าชมการแข่งขันฟุตบอลระหว่างทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และทีมออลสตาร์ ประเทศไทย เมื่อวันที่ 17 พ.ค. ที่ผ่านมา จำนวน 24,488 บาท ร่วมบริจาคด้วย จากนั้นนายกฯส่งมอบเงินและสิ่งของบริจาคต่อให้กับ พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผบ.ทหารสูงสุด เพื่อนำไปช่วยเหลือพม่า
ส่วนที่บริเวณลานสนามบินของบริษัทสหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) ม.11 ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พล.ร.ท.ชัยวัฒน์ พุกกะรัตน์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 และผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยทัพเรือภาคที่ 1 กองทัพเรือ เป็นตัวแทนรัฐบาลรับมอบเครื่องอุปโภค-บริโภค จากนายประวิทย์ วัลลภาพันธุ์ ผู้จัดการฝ่ายลอเจสติค คลังสินค้าเคอาร์เอส ตัวแทนจากบริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) รวมมูลค่าสิ่งของต่างๆ ทั้งสิ้น 954,994 บาท เพื่อส่งไปช่วยเหลือชาวพม่าที่ประสบภัยพิบัติพายุไซโคลน นาร์กีสต่อไป
ด้านความคืบหน้าการค้นหาช่วยเหลือผู้รอดชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในมณฑลเสฉวน ประเทศจีน หลังเกิดเหตุมาครบสัปดาห์ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 18 พ.ค. ว่า ได้เกิดแผ่นดินไหวขนาดเล็กตามมา หรือที่เรียกว่า
อาฟเตอร์ช็อก
วัดความรุนแรงได้ 6.1 ริกเตอร์ นาน 45 วินาที จุดศูนย์กลางอยู่ห่างจากเมืองกวงหยวน มณฑลเสฉวน ไปทางตะวันตกราว 80 กม. เป็นเหตุให้ชาวจีนวิ่งหนีกันโกลาหลออกมาตามท้องถนน แต่ ยังไม่มีรายงานความสูญเสีย ขณะที่การตรวจสอบสภาพความปลอดภัยตามโรงงานนิวเคลียร์ต่างๆ พบว่ายังปลอดภัยดี ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 12 พ.ค. ที่ผ่านมา ได้เกิดอาฟเตอร์ช็อกรวมแล้วกว่า 200 ครั้ง เฉลี่ยแรงสั่นสะเทือน 5.0 ริกเตอร์ขึ้นไป
ขณะที่ความพยายามของเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยที่ทำงานแข่งกับเวลา เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ยังติดอยู่ใต้ซากอาคารอีกกว่า 11,000 คน ก็มีข่าวดีตามมาเป็นระลอก เมื่อพบผู้รอดชีวิตเพิ่มขึ้นอีกไม่ต่ำกว่า 63 ราย โดยหนึ่งในนั้นเป็นหญิงวัย 61 ปี ที่ทีมกู้ชีพชาวรัสเซีย เป็นผู้พบ หลังติดอยู่ใต้ซากอาคารที่เมืองตู๋เจียงอัน มานานถึง 127 ชั่วโมง และหญิงคนดังกล่าวอยู่ในอาการปลอดภัย ขยับแขนขาและพูดได้ ซึ่งนับเป็นผู้รอดชีวิตรายแรกที่ได้รับการช่วยเหลือจากทีมงานต่างชาติ หลังจากนั้นอีกสองชั่วโมง ทีมกู้ชีพของจีนก็สามารถช่วยชายวัย 46 ปี ชื่อนายจาง เสี่ยวปิง ออกมาได้ แต่ต้องตัดขาทิ้งไปหนึ่งข้าง แต่นายจางได้เสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาล ด้วยอาการหัวใจล้มเหลว กระนั้นทีมกู้ชีพทุกหน่วยก็ยังมีความหวังในการค้นหาผู้รอดชีวิตต่อไป
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่บางส่วนเริ่มปรับภารกิจจากการค้นหาผู้รอดชีวิต มาเป็นการเร่งทำความสะอาดพื้นที่ถนนหนทางด้วยการฉีดพ่นฆ่าเชื้อ และเข้าปรับปรุงสุขอนามัยตามที่พักชั่วคราวของผู้ประสบภัย เพื่อป้องกัน การเกิดโรคระบาด โดยนายเว่ย เชาอัน รัฐมนตรีช่วยกระทรวงเกษตรจีน เปิดเผยว่า การป้องกันโรคระบาดเป็นภารกิจสำคัญ อันดับแรกที่เร่งด่วนสุดในเวลานี้ เพราะเกรงว่าจะส่งผลไปถึงสัตว์เลี้ยงอีก 12.5 ล้านตัว
ด้านประธานาธิบดี
หู จิ่นเทา
ของจีน ได้แถลงในเวลาต่อมา แสดงความขอบคุณในไมตรีจิตของนานาประเทศที่ยื่นมือช่วยเหลือ โดยตลอดวัน รัฐบาลสหรัฐฯ ส่งเครื่องบินลำเลียง 2 ลำขนอาหาร น้ำ เตาไฟฟ้า ผ้าห่ม และอื่นๆ มูลค่า 1.6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ไปยังเมืองเฉิงตู มณฑลเสฉวน ซึ่งนับเป็นความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมชุดแรกที่จีนได้รับจากกองกำลังต่างชาติ นับตั้งแต่เกิดเหตุแผ่นดินไหว ขณะที่ยอดบริจาคทั้งเงินและสิ่งของจำเป็นจากชาวจีนด้วยกันเองก็ทะลุ 860 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (กว่า 27,000 ล้านบาท) แล้ว นอกจากนี้ นายเหวิน เจียเป่า นายกรัฐมนตรีจีน ก็เตรียมมอบเงินชดเชยต่อครอบครัวที่สูญเสียสมาชิกศพละ 715 เหรียญสหรัฐฯ (ราว 22,880 บาท) และค่าอาหารวันละ 1.40 เหรียญสหรัฐฯ (เกือบ 50 บาท) อย่างไม่มีกำหนด ส่วนยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดอยู่ที่ 32,477 ศพ บาดเจ็บ 220,109 ราย ซึ่งรัฐบาลจีนยังคาดว่ายอดผู้เสียชีวิตจะเกิน 50,000 ศพ แม้จะพบว่ามีผู้เสียชีวิตจากเหตุอาฟเตอร์ช็อกครั้งล่าสุด ที่เมืองท่าเจียงโหย่ว ของมณฑลเสฉวน อีกอย่างน้อย 3 ศพแล้วก็ตาม
จากนั้นในช่วงค่ำ สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า รัฐบาลจีนได้ประกาศกำหนดวันไว้ทุกข์แห่งชาติให้กับเหยื่อแผ่นดินไหวเป็นเวลา 3 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 19-21 พ.ค.นี้ ด้วยการลดธงครึ่งเสา งดกิจกรรมตามสาธารณะทุกประเภท และพร้อมใจกันนิ่งสงบไว้อาลัยเป็นเวลา