พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย
พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2
ในฐานะประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีการทะเลาะวิวาทระหว่าง
นายการุณ โหสกุล
ส.ส.กรุงเทพมหานคร (กทม.) พรรคพลังประชาชน กับ
นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์
ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กล่าววันนี้ (9 พ.ค.) ว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวานนี้ ได้ตั้งใจจะรายงานผลการสอบสวนให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้รับทราบ แต่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีวาระในการพิจารณาค่อนข้างมาก จึงคิดว่าจะรายงานให้ที่ประชุมรับทราบในวันที่ 14 พ.ค.นี้ จากนั้นจะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนในภายหลัง ยืนยันว่าได้พิจารณาด้วยความเป็นธรรม
ผู้สื่อข่าวถามว่า คณะกรรมการประสานงาน (วิป) ฝ่ายระบุว่า ประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงฯ เรียกนายสมเกียรติ เข้าไปเคลียร์
พ.อ.อภิวันท์
กล่าวว่า เป็นเรื่องจริง แต่ตนทำตามความเห็นของคณะกรรมการฯ ที่ต้องการรักษาภาพลักษณ์ของสภาผู้แทนราษฎร จึงมอบให้ตนเชิญทั้ง
นายการุณ
และ
นายสมเกียรติ
มาพูดคุยให้ถอนคดีความการฟ้องร้อง ในการเชิญมาพูดคุยตนได้บอก
ว่าทุกอย่างอยู่ที่ความสมัครใจของทั้งสองฝ่าย และการพูดคุยครั้งนี้จะไม่มีผลต่อผลการสอบสวนที่เสร็จสิ้นไปแล้ว
เมื่อถามว่า
ได้พิจารณาบทลงโทษนายการุณอย่างไร
พ.อ.อภิวันท์ กล่าวว่า คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงฯ ไม่มีหน้าที่พิจารณาบทลงโทษ เพราะมีหน้าที่สอบในข้อเท็จจริงเท่านั้น แต่เมื่อมีการรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร ต้องขึ้นกับที่ประชุมว่าจะพิจารณาลงโทษอย่างไร บทลงโทษทั่ว ๆ ไปเป็นการว่ากล่าวตักเตือนเท่านั้น
ต่อข้อถามว่า
นายการุณเคยประกาศว่าหากผิดพร้อมลาออกจาก ส.ส. จะผูกมัดเป็นบทลงโทษด้วยหรือไม่
พ.อ.อภิวันท์ กล่าวว่า ไม่ผูกมัด เพราะคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงฯ ไม่ใช่ศาล เรื่องนี้ต้องไปพิสูจน์ในชั้นศาล อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวเห็นว่าการที่นายการุณพูดว่าจะลาออก ไม่ได้หมายความว่าเมื่อผลการสอบสวนของคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงฯ ออกมาระบุว่านายการุณผิดแล้วจะลาออก แต่นายการุณน่าจะหมายความว่าขึ้นอยู่กับศาลมากกว่า