ในงานเปิดสถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา มูลนิธิไทยคม โดยได้รับพระกรุณาธิคุณจากทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จไปทรงเปิดอาคาร ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา
พารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา รองประธานมูลนิธิไทยคม และที่ปรึกษาสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กล่าวว่า การพัฒนาเด็กให้เรียนรู้ได้เร็ว โดยกฎของรัฐบาลนั้นทำได้ยากมาก แต่ความมุ่งมั่นและเชื่อเสมอว่าเด็กไทยคือสมบัติที่มีค่าที่สุดของชาติไทย มูลนิธิไทยคมจึงนำแนวทางการเรียนรู้เพื่อสร้างสรรค์ด้วยปัญญา ซึ่งแนวทางการเรียนรู้แนวใหม่นี้ มุ่งเน้นการเรียนรู้ที่มีผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ผ่านการปฏิบัติจริง (Learning by doing) เพื่อให้ผู้เรียนสร้างองค์ความรู้ และเข้าใจในสิ่งต่างๆ ได้ด้วยตนเองอย่างลึกซึ้ง อีกทั้งสามารถพัฒนากระบวนการเรียนรู้ของตน ในด้านทักษะการใช้ชีวิตให้มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ที่สำคัญเป็นการส่งเสริมและปลูกฝังให้ผู้เรียนสามารถคิด วางแผน และทำงานอย่างเป็นระบบไปจนถึงฝึกทักษะการแก้ปัญหา ทำงานเป็นทีมได้ดี
ด้าน อ.อุทัย มงคลสิน จากโครงการพัฒนาดอยตุง อันเนื่องมาจากพระราชดำริในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ผู้บุกเบิกการเรียนรู้จากการทำโครงงานปฏิบัติจริง กล่าวว่า การเรียนโดยใช้โครงงาน ตามแนวคิดของการเรียนรู้เพื่อสร้างสรรค์ด้วยปัญญา หรือการเรียนรู้แบบบูรณาการนั้น สังเกตได้ว่านักเรียนดีขึ้นกว่าเดิม มีความสุขกับการเรียน
ผมจะตั้งต้นด้วยการถามคำถามเด็ก เพราะอะไร ทำแล้วได้อะไร ทำทำไม เพื่ออะไร มีผลอย่างไร สิ่งที่ถามเด็กเพื่อให้เด็กรู้จักคิด ตอบได้ก็มีกำลังใจทำ เพราะครูต้องไม่ทำตัวเป็นครู แต่ต้องเป็นเพื่อนร่วมเรียน ต้องคิดเสมอว่า ผิดเป็นครู ถูกเป็นนักเรียน ให้ความใกล้ชิด คุ้นเคยกับเด็ก ห้องเรียนมี 2 ประตู มีประตูหน้าและหลัง ครูต้องรู้จักเด็กนักเรียน ไม่ใช่เข้าประตูหน้า สวัสดี แต่พอเข้าประตูหลัง ทำไมขาดเรียน ไปไหนมา ชื่ออะไรนะ อย่างนี้ไม่ได้ ครูต้องเป็นผู้ชี้แนะไม่ใช่ผู้มีอำนาจ และต้องคิดว่านักเรียนไม่ใช่จำเลยหรือผู้ต้องหา ให้เกียรติเด็ก เปิดโอกาส อย่าไปปิดบังความคิด บนดอยเด็กที่นั่นน่ารักมาก ซื่อสัตย์มาก หน้าห้องไฟส่องหัวครู เห็นผมหงอก เด็กเห็นเดินมาปั๊บ ดึงปุ๊บ บอกมันขาวครับครู เราก็อย่าไปถือสา เด็กทำอะไรก็แล้วแต่ครูต้องให้อภัย สิ่งที่ต้องการให้เด็กที่ห่างไกลทำได้ คือช่วยตัวเองได้ เผื่อแผ่คนอื่น และยืนได้ด้วยตนเอง อ.อุทัย เล่าถึงการสอน
ส่วน ด.ช.พรชัย โสภณเอื้ออำนวย หนึ่งในนักเรียนชาวชาวเขาเผ่าลาหู่ ลูกศิษย์ของ อ.อุทัย บอกว่า ทุกวันนี้มีความสุขกับการเรียนมาก ครูอุทัยเคารพนักเรียน ตนเองก็เลยอยากเคารพครู และการเรียนโดยทำโครงงานยังช่วยให้พวกเรารู้จักการทำงานเป็นกลุ่ม มีการช่วยกันคิด แลกเปลี่ยนความรู้กัน เพื่อนรู้อย่าง ผมรู้อีกอย่าง ก็ช่วยกันทำจนสำเร็จได้
อีกหนึ่งผลผลิตจาก กศน. น.ส.อรุณี มาเยอ ชาวเขาเผ่าอาข่า อดีตนักศึกษา กศน.ม่อนแสงดาว ปัจจุบันศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย กล่าวว่า ได้เรียนรู้ในโลกที่กว้างขึ้น โดยมีโอกาสได้เรียนรู้เรื่องภูมิสังคมจากการทำโครงงานโดยใช้โปรแกรมไมโครเวิลด์โปร การสืบค้นข้อมูลจากเว็บไซต์ การใช้กล้องดิจิทัล ในการทำโครงงาน ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความเข้าใจในสภาพภูมิสังคมที่เราอาศัยอยู่มากขึ้น การเรียนทำให้สนุกมาก ได้ลงมือปฏิบัติ ได้ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ในการเรียนรู้ ซึ่งบนดอยไม่เคยเห็นมาก่อน เมื่อเรียนจบมาก็ได้นำความรู้ที่ได้ศึกษาจาก กศน.มานั้น ไปต่อยอดในการเรียนระดับสูงต่อไป
แล้ววันนี้หลายชีวิตบนดอยก็มีความสุขและน่าอิจฉา...เหลือเกิน จากการเรียนรู้เพื่อสร้างสรรค์ด้วยปัญญาก่อให้เกิดการใฝ่รู้ตลอดชีวิต
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก