จากกรณีน.ส.กรรณิการ์ ไพรวัลย์ทิพย์กุล อายุ 26 ปี เจ้าของกรรณิการ์การพิมพ์ ย่านลาดพร้าว กับนางสุกัญญา ไพรวัลย์ทิพย์กุล ซึ่งเป็นมารดา เข้าร้องเรียนกับสมาคมผู้สื่อข่าวช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย ว่า ถูกด.ต.กิตติศักดิ์ กุลสุวรรณ ตำรวจจราจรสน.โชคชัย
ทำร้ายร่างกาย
น.ส.กรรณิการ์ โดยใช้มือบีบคอ บีบหน้าอกในวันสงกรานต์ หลังจากมีปากเสียงกันเรื่องขับรถกระบะเล่นน้ำ เหตุเกิดในวันที่ 13 เม.ย.ที่ผ่านมา บริเวณใกล้สามแยกโค้งวัดลาดพร้าว ถนนลาดพร้าว-วังหิน โดยฝ่ายของน.ส.กรรณิการ์ ขึ้นโรงพักสน.โชคชัย เพื่อแจ้งความจับด.ต.กิตติศักดิ์
ในข้อหาทำร้ายร่างกายและลวนลาม
แต่ก็ถูกด.ต.กิตติศักดิ์แจ้งความดำเนินคดีเช่นกัน โดยฝ่ายตำรวจอ้างว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งน.ส.กรรณิการ์ยืนยันจะนำเรื่องเข้าร้องเรียนพล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผบช.น. ตามที่เสนอไปนั้น
ความคืบหน้าเรื่องนี้เริ่มเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 17 เม.ย. ที่ห้องประชุมปารุสกวัน 3 บช.น. น.ส.กรรณิการ์ พร้อมด้วยนางสุกัญญา มารดา และนายไพโรจน์ เทศนิยม นายกสมาคมผู้สื่อข่าวช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนกรณีน.ส.กรรณิการ์ถูกด.ต.กิตติศักดิ์
ทำร้ายร่างกายและลวนลาม
โดยมีพ.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบก.จร. ตัวแทนพล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผบช.น. รับหนังสือแทน ซึ่งการเดินทางมาในครั้งนี้ฝ่ายผู้เสียหายได้นำเอกสาร รูปถ่ายหลักฐานการตรวจร่างกายของร.พ.เปาโล ซึ่งในใบรับรองแพทย์ก็ระบุว่าถูกทำร้ายร่างกายจริง นำมามอบให้กับผบช.น.ด้วย
น.ส.กรรณิการ์ กล่าวว่า ตนไม่เคยเจอหรือรู้จักกับตำรวจคู่กรณีมาก่อน สำหรับถนนที่เกิดเหตุก็เพิ่งเคยขับเข้าไปเป็นครั้งแรก โดยขับเข้าไปส่งเพื่อน ตนขับมาทางซอยลาดพร้าว 41/1 มาอยู่แค่ตรงสามแยก ถ้าเลี้ยวซ้ายก็ไปวัดลาดพร้าว เลี้ยวขวาก็ไปออกถนนลาดพร้าว ไม่มีแผนเหล็กปิดกั้นแต่อย่างใด มีเพียง
ตำรวจจราจร
นายนั้นยืนอยู่ตรงสามแยก ส่วนอาสาสมัครยืนโบกรถ เมื่อตนเลี้ยวรถไปก็เจออาสาสมัครได้ไขกระจกลงเพื่อสอบถาม อาสาฯ อนุญาตให้เข้าไปได้ก็ขับเข้าไป จากนั้นก็เจอตำรวจนายนั้นและมีเรื่องกัน ส่วนกรณีที่มีข่าวออกมาว่าศีรษะของเจ้าหน้าที่
ตำรวจ
ถูกดึงเข้าไปในรถนั้น น.ส.กรรณิการ์กล่าวว่า มือซ้ายตนโดนเพื่อนนั่งคู่ดึงเอาไว้ มือขวาของตนต้องจับตำรวจนายนั้นเอาไว้ เพราะเขาบีบคอตน จนแทบหายใจไม่ออก ตัวแทบจะลอยขึ้นจากเบาะนั่งได้ ขาขวาตนไม่มีแรง เพิ่งผ่าตัดมา ไม่สามารถค้ำยันได้ จึงไม่มีปัญญาจะต่อสู้ได้ เพื่อนก็ดึงตนเอาไว้ทางหนึ่ง อีกทาง
ก็ดึงไปอีกด้าน ต่างคนต่างดึงก็ทำให้ต้องดึง
เข้ามาด้วย ด้วยสัญชาติญาณเอาชีวิตรอด ก็ต้องดึงเอาไว้ก่อนเพื่อให้เราหายใจได้ เมื่อมือ
หลุดจากคอเราไม่สามารถจะจับอะไรได้แล้ว คราวนี้เขาก็มาบีบจับที่หน้าอกเรา ตอนนี้ยังเป็นรอยเขียวช้ำอยู่เลย
"หลังเป็นข่าวก็หวาดผวาเหมือนกันกลัวว่าจะมีปัญหาเวลาขับรถไปไหนมาไหน จึงต้องมีคุณแม่นั่งมาเป็นเพื่อนตลอดเวลา ตอนนี้ก็สบายใจขึ้นแล้ว ที่เห็นนาย
ชั้นผู้ใหญ่รับปากจะให้ความเป็นธรรม" น.ส.กรรณิการ์ กล่าว
ด้านพล.ต.ต.เรืองศักดิ์ จริตเอก รองโฆษกสำนักงาน
แห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าเรื่องนี้ว่า หลังเกิดเหตุด.ต.กิตติศักดิ์ ได้แจ้งความดำเนินคดีกับน.ส.กรรณิการ์ 3 ข้อหาด้วยกัน คือ ทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้บาดเจ็บ ดูหมิ่นเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่และทำให้เจ้าหน้าที่
เสียทรัพย์ เรื่องที่เกิดขึ้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตระหนักและให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะมีผลกระทบต่อสิทธิประชาชน อีกทั้งยังมีระเบียบปฏิบัติว่าด้วยการห้ามรถบางชนิดเข้า-ออกในทางเดินที่ปิดการจราจรชั่วคราวบนถนนบางสายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งต้องนำมาพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ ส่วนพฤติการณ์ในการกระทำความผิดของทั้งสองฝ่ายซึ่งมีการแจ้งความซึ่งกันและกันนั้น อยู่ระหว่างการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจนครบถ้วน โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำชับสั่งการไปยังพล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผบช.น. ให้ควบคุมดูแลการสอบสวนอย่างใกล้ชิด และให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย โดยล่าสุดได้รับรายงานจากผบช.น. ว่าได้มอบหมายให้พล.ต.ต.วัจนนท์ ถิระวัฒน์ รอง ผบช.น. รับผิดชอบกองบังคับการตำรวจนครบาล 4 (บก.น.4) และพล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รองผบช.น. รับผิดชอบงานจราจรเป็นผู้ดูแล ขอยืนยันว่าตำรวจจะไม่เข้าข้างกันเองเด็ดขาด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง ทางผู้บังคับบัญชาได้มีคำสั่งให้ด.ต.กิตติศักดิ์ มาปฏิบัติหน้าที่ตามเดิม แต่จะถูกโยกย้ายไปทำงานด้านธุรการแทนงานจราจร จนกว่าการสอบสวนจะเสร็จสิ้น
วันเดียวกัน ด.ต.กิตติศักดิ์ ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหา
ทำร้ายและทำอนาจาร
น.ส.กรรณิการ์ เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุตนห้ามไม่ให้รถของน.ส.กรรณิการ์เข้า จึงให้กลับรถและขอดูใบอนุญาตขับขี่ แต่น.ส.กรรณิการ์ตอบกลับมาว่า ทำไมกูจะเข้า มึงจะทำไม จังหวะนั้นน.ส.กรรณิการ์ก็กระชากเสื้อสะท้อนแสง ทำให้ตนเสียหลักหน้าหัวทิ่มเข้าไปในรถของน.ส.กรรณิการ์ ตนพยายามดิ้นออกและใช้มือดันไว้ให้หลุด กลัวว่าน.ส.กรรณิการ์จะใช้ที่สะท้อนแสงรัดคอตน และพยายามไม่ให้น.ส.กรรณิการ์ทำร้ายที่ใบหน้า ตนไม่แน่ใจว่าน.ส.กรรณิการ์เป็นผู้ชายหรือผู้หญิง แต่พอเห็นอีกครั้งจึงทราบว่าไม่ใช่ผู้ชาย จึงไม่กล้าทำอะไร ใช้มือคํ้าไว้อย่างเดียว จากนั้นจึงแจ้งวิทยุบอกตำรวจที่ปฏิบัติงานอยู่ใกล้ๆ ว่ามีเหตุถูกทำร้ายให้มาช่วยด่วน พอตำรวจจราจรมาถึงก็ช่วยกันแกะเสื้อออก ตนยืนยันว่าไม่ได้ใช้ถ้อยคำรุนแรงตอบโต้เลย หลังจากนั้นตนจึงนำเรื่องนี้ไปปรึกษาผู้บังคับบัญชาบอกว่าตนกำลังอยู่ในช่วงปฏิบัติหน้าที่ และจำเป็นต้องบันทึกการจับกุมเพราะเราต้องทำตามหน้าที่
ข้อมูลจาก ข่าวสด