วันนี้ (16 เม.ย.) เมื่อเวลา 10.00 น.พล.ต.ต.อภิรักษ์ หงษ์ทอง ผบก.ภ.จว.ระนอง กล่าวว่าหลังจากนายสุชล บุญปล้อง เข้ามอบตัว จึงเร่งสอบสวนปากคำและได้ขอมูลเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเรื่องเครือข่ายการค้ามนุษย์ จากนั้นได้นำตัวไปที่ทำแผนประการรับสารภาพ รวมทั้งหมด 21 จุด ไปถึงการหนีไปกบดาน ในกรุงเทพฯ
พล.ต.ต.อภิรักษ์ กล่าวด้วยว่า จากการสอบสวนนายสุชล ให้การรับสารภาพถึงผู้ร่วมขบวนการ เริ่มตั้งแต่นายดำรง ผุสดีหรือโก้รัน เจ้าของรถขน
แรงงาน
เถื่อน นายจิราวัฒน์ โสภาพันธุ์วรากุล หรือโก้ชุ้น เจ้าของแพโชคชัย ที่ใช้ขน
แรงงานพม่า
และเป็นเพื่อนที่นั่งรถมาด้วยกัน คนพา
เข้ามาใน จ.ระนอง
คนขับแรงงานพม่า
และผู้ที่รอรับ
ที่ปลายทาง แต่ในขณะนี้มีผู้ต้องหาที่ตำรวจ จะต้องเตรียมออกหมายจับเพิ่มอีก 2 คน คือบุคคลที่นั่งไปด้วยกันและคนที่รอรับ
ทั้งนี้ หากนายสุชล ให้การพาดพิงถึงใครจะดำเนินการสอบสวนเอาผิดทั้งหมด
ขอยืนยันเลยว่าคดีนี้ ไม่มีรายการมวยล้มตุ้มคนดูอย่างแน่นอน ใครที่ร่วมกระบวนการทำผิดในครั้งนี้ ต้องถูกดำเนินคดีทุกไม่มียกเว้น แม้จะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ส่วนเรื่องที่มีข่าวออกมาว่า มีคนจะพยายามมาขอเคลียร์เรื่องให้จบนั้น ในส่วนนี้ขอยืนยันว่า ไม่มีอย่างแน่นอน จะมีแต่มาขอให้อนุญาตการประกันตัว แต่ก็ได้ตอบไปอย่างชัดเจนแล้วว่า ไม่ได้อย่างเด็ดขาด พล.ต.ต.อภิรักษ์ กล่าว
ด้าน นางกาญจนาภา กี่หมัน ผวจ.ระนอง กล่าวว่า การแก้ปัญหาเรื่องแรงงานต่างดาวหลบหนีเข้าเมืองในจ.ระนอง เจ้าหน้าที่ได้มีการจับกุมอย่างต่อเนื่อง แต่ต้องยอมรับว่า
ระนอง
มีเขตแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านเป็นระยะทางยาวถึง 169 กิโลเมตร ดังนั้น การที่จะป้องกันทุกจุด จึงเป็นไปไม่ได้ แต่ก็จะพยายามแก้ไขให้ดีที่สุด.
ข้อมูลจาก เดลินิวส์